โทร.
(66) 2807 6461 ถึง 9
แฟกซ์.
(66) 2807 6460
สายด่วน.
0 2807 6461
หัวข้อ
เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าด้วยเครื่องปิดกล่องอัตโนมัติ
![]()
สิ่งที่แนบมา
เครื่องห่อแนวนอนกี่ชิ้นต่อนาทีถึงเหมาะกับกำลังผลิตของโรงงาน
แนะนำวิธีเลือกความเร็วของเครื่องห่อแนวนอนให้เหมาะกับกำลังผลิตของโรงงาน
เมื่อโรงงานต้องการเพิ่มกำลังการผลิต และ ลดแรงงานในขั้นตอนบรรจุสินค้า เครื่องห่อแนวนอน เป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่ถูกนำมาใช้เพิ่มความเร็วในการแพ็กสินค้าอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการบรรจุเป็นซองแบบ Pillow Pack หรือ Flow Pack เช่น ขนม เบเกอรี่ บิสกิต ช็อกโกแลต อาหารแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภท จุดเด่นของเครื่องห่อแนวนอนคือสามารถรวมกระบวนการ ป้อนสินค้า → จ่ายฟิล์ม → ขึ้นรูป → ซีล → ตัด → ส่งออก ให้อยู่ในระบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่บรรจุได้ต่อหน่วยเวลา และ เหมาะกับโรงงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพของซองให้สม่ำเสมอ แต่เมื่อพูดถึงความเร็ว มักเกิดคำถามว่า “เครื่องห่อแนวนอนควรเลือกกี่ชิ้นต่อนาทีถึงจะเหมาะกับกำลังผลิตของโรงงาน?” ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายวิธีคำนวณอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างตั้งแต่โรงงานขนาดเล็กไปจนถึงโรงงานที่ต้องการระบบ High-Speed เพื่อช่วยให้เลือกเครื่องห่อแนวนอนได้เหมาะกับงานมากขึ้น
ทำความรู้จักประเภทความเร็วของเครื่องห่อแนวนอน
ก่อนที่จะเพิ่มกำลังการผลิต เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในท้องตลาด อุตสาหกรรมเครื่องห่อแนวนอนแบ่งระดับความเร็วออกเป็นกลุ่มใดบ้าง และ แต่ละระดับมีคุณลักษณะ โครงสร้างทางวิศวกรรม และระดับราคาที่แตกต่างกันอย่างไร
1. กลุ่มความเร็วต่ำ : 20 – 80 ชิ้น/นาที
- ลักษณะระบบ: มักเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ธรรมดา การวางสินค้าลงสายพานป้อนส่วนใหญ่ใช้ “คนวาง”
- ข้อจำกัด: ความเร็วถูกจำกัดโดยศักยภาพของคนวางสินค้า (มนุษย์สามารถวางสินค้าต่อเนื่องได้ดีที่สุดราวๆ 30–50 ชิ้น/นาทีต่อคน)
- เหมาะสำหรับ: โรงงานขนาดเล็ก (SME), ผู้เริ่มต้นธุรกิจ, สินค้าที่มีรูปทรงไม่แน่นอน วางยาก หรือ สินค้าที่มีการเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์บ่อยครั้ง
2. กลุ่มความเร็วปานกลาง : 80 – 200 ชิ้น/นาที
- ลักษณะระบบ: เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ มักควบคุมด้วยระบบเซอร์โวมอเตอร์ 2–3 แกน มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งสินค้า รองรับทั้งการใช้คนวางหลายคน หรือ ต่อเชื่อมกับสายพานป้อนสินค้าอัตโนมัติ
- เหมาะสำหรับ: โรงงานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่, สินค้ากลุ่มเบเกอรี่ ขนมบิสกิต สบู่ ก้อนสปันจ์ หรือ ชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมาตรฐานแน่นอน
3. กลุ่มความเร็วสูงและสูงพิเศษ : 200 – 600+ ชิ้น/นาที
- ลักษณะระบบ: โครงสร้างวิศวกรรมขั้นสูง ใช้ระบบซีลแบบตัดหมุนต่อเนื่อง หรือ ซีลแบบตัดตามขนาน ควบคุมด้วย Servo Motor หลายแกน ทำงานร่วมกับระบบป้อนสินค้าอัตโนมัติความเร็วสูง เช่น Smart Belt, Robot Delta หรือ Feeder แร็คแบบพิเศษ
- เหมาะสำหรับ: โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เวเฟอร์ ช็อกโกแลตบาร์ หรือ ลูกอม
สมการ และ วิธีคำนวณกำลังการผลิตเพื่อหาค่า PPM ที่เหมาะสม
การเลือกความเร็วเครื่องห่อแนวนอน ไม่ใช่การเอาตัวเลขอัตราการผลิตรวมของโรงงานต่อวันมาหารด้วยชั่วโมงทำงานตรงๆ แต่ต้องคำนวณผ่าน “ความสูญเสียในระบบและปัจจัยความเป็นจริง” ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
Step 1: คำนวณความเร็วเป้าหมายพื้นฐาน
ตัวอย่าง: โรงงานต้องการห่อขนมปังวันละ 72,000 ชิ้น โดยมีเวลาทำงาน 1 กะ (8 ชั่วโมง = 480 นาที)
Step 2: ปรับลดด้วยเวลาหยุดทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ในความเป็นจริง ไม่มีเครื่องจักรใดในโลกที่สามารถทำงานได้ 100% ตลอดเวลา โดยไม่มีการหยุดพัก ต้องมีการหักเวลาสำหรับ:
- การเปลี่ยนม้วนฟิล์ม
- การทำความสะอาดและจัดเตรียมเครื่อง
- การหยุดพักตามรอบของพนักงาน
- การปรับแต่งค่าความร้อนและระยะซีลระหว่างวัน
โดยทั่วไป ประสิทธิภาพประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร หรือ OEE ของแผนกบรรจุจะอยู่ที่ประมาณ 75% – 85%
คำนวณต่อจากตัวอย่าง: หากคาดหวัง OEE ที่ 80% (0.80)
ปัจจัยวิศวกรรมที่มีผลต่อความเร็วจริงของเครื่องห่อแนวนอน
คำเตือนสำคัญที่สุดสำหรับผู้ซื้อเครื่องจักรคือ: “ความเร็วที่ระบุในสเปกกระดาษไม่เท่ากับ ความเร็วที่ห่อได้จริง” ความเร็วที่เครื่องจักรทำได้จริง จะถูกบีบลงตามข้อจำกัดทางกายภาพ และ เทคโนโลยีขององค์ประกอบต่อไปนี้:
1. ความยาวของสินค้า
ความเร็วในเชิงความเร็วเชิงเส้นของการดึงฟิล์มมีขีดจำกัด หากสินค้ามีความยาวมาก เวลาที่ใช้ในการดึงฟิล์มต่อรอบก็จะนานขึ้น เช่น
- สินค้ายาว 50 มม. ➔ ทำความเร็วได้สูง (เช่น 200+ PPM)
- สินค้ายาว 250 มม. ➔ ความเร็วอาจลดลงเหลือเพียง 80–100 PPM บนเครื่องจักรเครื่องเดียวกัน
2. ชนิด และ คุณสมบัติของฟิล์มบรรจุภัณฑ์
- ฟิล์ม BOPP / CPP: เชื่อมติดด้วยความร้อนได้เร็ว ใช้เวลาในการซีลต่ำ เหมาะกับการห่อความเร็วสูง
- ฟิล์มลามิเนตหนาพิเศษ / ฟิล์มอะลูมิเนียมฟอยล์: ต้องการเวลาในการถ่ายเทความร้อนนานขึ้นเพื่อซึมความร้อนให้ชั้นกาวละลาย หากวิ่งเร็วเกินไป รอยซีลจะรั่ว หรือ ติดไม่แน่น
3. กลไกชุดตัด และ ซีลขอบตัด
ประเภทของหัวตัดซีลเป็นตัวกำหนดความเร็ววิศวกรรมอย่างสิ้นเชิง:
- Rotary Jaw (หัวตัดแบบหมุนรอบตัว): ทำความเร็วได้สูงมาก (150 – 500+ PPM) แต่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงของสินค้า และ เวลา Dwell Time สั้น
- Box-Motion / Reciprocating Jaw (หัวตัดแบบเคลื่อนที่ตามแนวขนาน): ใบตัดจะเคลื่อนที่ตามสินค้าไประยะหนึ่งก่อนตัด เหมาะกับสินค้าทรงสูง สินค้าที่ต้องการรอยซีลหนาแน่นกันรั่วซึมสูงแต่ทำความเร็วได้ปานกลาง (ซึมความร้อนดีที่สุดที่ 60 – 150 PPM)
4. ระบบเติมก๊าซไนโตรเจนเพื่อถนอมอาหาร
หากผลิตภัณฑ์ของคุณต้องเติมก๊าซไนโตรเจนเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา เช่น ขนมทอดกรอบ หรือขนมเปี๊ยะ การวิ่งด้วยความเร็วที่สูงเกินไป (เกิน 100–120 PPM) จะทำให้ก๊าซไหลเข้าไปไม่ทัน หรือ ก๊าซถูกเหวี่ยงออกจากซองก่อนรอยซีลจะปิดสนิท ทำให้ระดับค่าออกซิเจนที่เหลือในซองไม่ได้ตามมาตรฐาน
การเลือกความเร็วเครื่องห่อแนวนอนที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดในสายการผลิต แต่ยังเป็นการวางรากฐานการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ชาญฉลาด หากท่านนำหลักการ และ ปัจจัยทางวิศวกรรมในบทความนี้ไปประยุกต์ใช้ ท่านจะสามารถเลือกซื้อเครื่องห่อแนวนอนที่ “พอดี” กับโรงงาน ทำงานได้อย่างราบรื่น และ คืนทุนได้อย่างรวดเร็วที่สุดครับ ดังนั้นหากสนใจเครื่องห่อแนวนอนที่มีคุณภาพเราขอแนะนำ บริษัท กู๊ดไทม์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องห่อสินค้ามาอย่างยาวนาน มีสินค้ามากมายหลายชนิด เช่น เครื่องพันพาเลท เครื่องขึ้นรูปกล่องเครื่องรัดกล่อง เครื่องปิดกล่องอัตโนมัติ เครื่องบรรจุแนวนอน เครื่องบรรจุแนวตั้ง และ เครื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบรรจุหีบห่อ ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9002 และ ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัย CE จาก TUV ทำให้ท่านมั่นใจในสินค้าสามารถดูแลรักษาเครื่องได้อย่างมืออาชีพดังนั้นลูกค้าหลายๆคนจึงไว้วางใจในการบริการของเรานั้นเอง
ติดต่อสอบถาม
บริษัท กู๊ดไทม์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด
ที่อยู่ : 16 ซอยเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ 12 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160
Tel: 0-2807-6461 ถึง 9 (Auto)
E-mail: sales@goodtimepack.com, goodtimepack@yahoo.co.th